top of page
COVER.jpg

สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนใน Crypto currency หลายท่าน อาจมีข้อสงสัยว่าเงินได้จากการลงทุนนั้นจะต้องเสียภาษีเงินได้หรือไม่ ทางเราแยกเป็นประเด็นตามคำถามดังนี้ค่ะ

การลงทุนของคุณนั้นเป็นการลงทุนในประเทศหรือนอกประเทศ?

หากคุณมีเงินได้จากการลงทุนไม่ว่าเป็นการลงทุน Exchange ในประเทศไทย  ( ตัวอย่างเช่น Bitkub , Zipmex ) หรือ Exchange ในต่างประเทศ ( ตัวอย่างเช่น Binance )  คุณถือเป็น “ผู้มีเงินได้พึงประเมิน” ตามมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยคุณมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเป็นปกติอยู่แล้ว แต่หากคุณเป็นผู้มีเงินได้นอกประเทศจะต้องเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทยด้วยหรือไม่นั้น ต้องเข้าเงื่อนไข 2 ข้อ ดังนี้ค่ะ

  1. คุณเป็นผู้มีเงินได้อยู่ในประเทศไทย ในปีภาษีนั้นชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะเวลา รวมทั้งหมดถึง 180 วัน และ

  2. คุณได้นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีนั้นด้วย

หากเข้าเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อนี้ คุณถือว่าเป็นผู้มีเงินได้ และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ด้วยนะคะ 


อ้างอิง https://www.rd.go.th/552.html

เงินได้จากการลงทุนใน Crypto currency จัดเป็นเงินได้ประเภทไหน?

การลงทุนใน Crypto currency  ถือเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิตอล ซึ่งประเทศไทยได้ออกกฎหมายเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีไว้ใน พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 19 พ.ศ.2561 โดยเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดประเภทเงินได้เพิ่มเติมในมาตรา 40(4) (ซ) และ 40(4)(ฌ) ไว้ดังนี้

  • ซ   เงินส่วนแบ่งของกําไร หรือผลประโยชน์ที่ได้จากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัล (Digital Token)

  • ฌ  ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนคริปโตเคอเรนซี (Crypto currency) หรือโทเคนดิจิทัล (Digital Token) ซึ่งเป็นเงินได้ที่มากกว่าที่ลงทุน

โดยสรุปสั้นๆ ได้ว่าส่วนแบ่งกำไร กำไรจากการโอนหรือขายข้างต้น ถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 4 นั่นแหละค่ะ ซึ่งต้องนำจำนวนทั้งหมดมารวมในการคำนวณภาษีเงินได้ และจำนวนดังกล่าวไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักออกได้

อ้างอิง https://www.rd.go.th/556.html

iStock-909115380.jpg

ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายในการซื้อขาย Crypto currency หรือไม่?

เรายังอยู่ใน พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2561 ซึ่งในเนื้อหามีการแก้ไขเพิ่มเติม (ฉ) ของมาตรา 50 (2)  แห่งประมวลรัษฎากร โดยมีเนื้อความว่า 

 

“(ฉ) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ซ) และ (ฌ) ให้คํานวณหักในอัตรา ร้อยละ 15 ของเงินได้” 

 

สรุปก็คือ ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% เมื่อมีกำไรเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นส่วนแบ่งกำไรหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากการซื้อขาย Crypto currency แต่อย่างไรแล้วในปัจจุบันยังไม่มี Exchange ใดทำการหักภาษี ณ ที่จ่ายค่ะ เนื่องจากในทางปฏิบัตินั้น เป็นการยากที่จะหาจุดความรับผิดในการเสียภาษี จากรายการธุรกรรมที่มีจำนวนมากและรวดเร็วในแต่ละวัน อีกทั้งธุรกิจ Exchange ยังต้องการประหยัดต้นทุนในการทำรายการในการซื้อขายของผู้ใช้งาน ประกอบกับตัวกฎหมายเองยังไม่มีความชัดเจน ดังนั้นต้องติดตามกันต่อไปว่าทางเจ้าหน้าที่จะมีการแก้ไขและพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อหาทางออกให้กับปัญหานี้อย่างไร เพื่อให้เป็นประโยชน์กับทุก ๆ ฝ่าย


อ้างอิง https://www.rd.go.th/5937.html

iStock-892082986.jpg

Crypto currency เสีย VAT หรือไม่?

ถ้าจะพูดตามประมวลรัษฎากรมาตรา 77/1(9)  “สินค้า” หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด” 

 

เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะพิจารณาตามตัวบทนี้ Crypto Currency ก็ถือเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด จึงไม่เข้าข่ายการเป็นสินค้าค่ะ ดังนั้น Crypto Currency จึงไม่เข้าข่ายที่ต้องเสีย VAT นะคะ


อ้างอิง https://www.rd.go.th/5205.html#mata77_1

กฎหมายคลุมเครือ เราต้องเสียภาษีมั้ย?

ตามหลักการแล้ว ผู้ลงทุนเองมีหน้าที่รายงานเงินได้ทั้งหมดของตัวเองแก่สรรพากร ดังนั้นการไม่ยื่นภาษีเงินได้ด้วยเหตุผลที่ว่ากฎหมายคลุมเครือนั้น ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างได้ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายผู้เสียภาษีต้องเก็บหลักฐานเงินได้จากการซื้อ-ขาย หรือการลงทุน ที่เกี่ยวข้องกับ Crypto Currency และนำไปยื่นภาษีเงินได้กับกรมสรรพากรนะคะ

bottom of page